ตกขาว คัน เพราะเชื้อราจริงหรือ ?

อาการตกขาว คันจากสถิติเป็นอาการที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุด เนื่องจากอาการคันเป็นอาการร่วมที่เกิดได้กับตกขาวหลายๆชนิดมาก และส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากเชื้อราประจำท้องถิ่นที่มีชื่อว่า Candida  albicans มีการเติบโตมากจนเกินไป จนเป็นอาการติดเชื้อและอาจทำให้ช่องคลอดอักเสบได้

มีผู้หญิงจำนวนมากทีเดียวที่เข้าใจผิดจากอาการตกขาว คัน ว่าตนเองเป็นเชื้อรา แต่หารู้ไม่ว่าอาการตกขาวคันนั้นเกิดขึ้นได้กับตกขาวจากสาเหตุต่างกัน และรวมถึงตกขาวที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) อีกด้วย

โรคที่ทำให้เกิดอาการตกขาว คันได้

โรคที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดอากากตกขาว คัน ได้ทั้งนั้นค่ะ

เข้าใจผิดก็ใช้ยารักษาผิด

ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ผู้หญิงส่วนใหญ่พอมีอาการตกขาว คัน ที่เป็นอาการยอดฮิต ก็มักจะสรุปเอาเองว่า เป็นเชื้อราแน่เลย ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างแรงค่ะ ทีนี้พอเข้าใจผิดก็เกิดการรักษาผิด เช่น  เป็นเชื้อราก็ต้องไปหายาแก้เชื้อรามาทาน หรือมาสอด แต่หารู้ไม่ว่าตนเองไม่ได้เป็นเชื้อราอย่างที่คิดค่ะ

อันตรายของการใช้ยาผิดกับโรค ก็รู้ๆกันอยู่ค่ะ ถ้าเป็นโรคกระเพาะอาหารแล้วไปเอายาแก้หวัดมาทานจะหายไหมค่ะ ?เช่นเดียวกันค่ะ แม้ว่าจะเป็นตกขาว คัน เหมือนกัน แต่สาเหตุเป็นเชื้อคนละตัว เช่น เป็นตกขาว คัน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสแต่ไปซื้อยาแก้เชื้อรามากิน เป็นไปไม่ได้ที่อาการตกขาว คันจะดีขึ้นหรือหายไปได้

ที่หนักไปกว่านั้น คือ การลุกลามของโรคค่ะ เช่น ตกขาว คันที่เกิดจากเชื้อพยาธิ หากปล่อยไว้ไม่รักษาหรือรักษาไม่ถูกวิธี ใช้ยาไม่ถูกตัว ทราบไหมค่ะว่า เป็นการเพิ่มความเสี่ยงและเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ค่ะ

ประเด็นสำคัญ คือถ้าเราไปถูกทางตั้งแต่แรก การรักษาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร หมอจ่ายยาให้ทาน ทานยาตามที่หมอสั่งก็หายได้เป็นปกติค่ะ แต่ถ้าเราไปผิดทาง ก็อันตรายค่ะ ดังนั้น การวิเคราะห์หาสาเหตุของตกขาว คัน แบบไม่มีความรู้และวิธีการที่ถูกต้องเป็นเรื่องที่อันตราย

สิ่งที่ควรทำเพื่อรับมือกับตกขาว คัน

หากเรามีปัญหาตกขาว คัน ต้องหาที่ปรึกษาที่เชื่อใจได้ค่ะ เพราะการวิเคราะห์หาสาเหตุของตกขาว คัน จำเป็นต้องใช้ความรู้ในการวิเคราะห์และในบางกรณีก็ต้องมีการใช้กระบวนการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ในการหาสาเหตุของตกขาว คัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ เพื่อความแน่ใจ 100%