ยาเหน็บรักษาตกขาว

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ เริ่มต้นกันด้วยวีดีโอเกี่ยวกับเรื่องยาเหน็บ อ้ออยากให้ทุกคนได้เห็นหน้าตาของยาเหน็บ (สำหรับคนที่ไม่เคยเห็น) และวิธีการใช้ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่ได้ดูข้อมูลตรงนี้ แม้ว่าวีดีโอจะเป็นภาษาอังกฤษแต่ว่าดูแล้วเข้าใจง่ายอย่างแน่นอนค่ะ

เรื่องของยาเหน็บรักษาตกขาว เป็นเรื่องที่อ้อคิดว่าสาวๆน่าจะทราบข้อมูลกันดีอยู่แล้ว แต่ที่ไหนได้ มีผู้หญิงอีกหลายคนไม่ทราบข้อมมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อีกมาก ตั้งแต่เรื่องของการใช้ยา วิธีการเหน็บยา ใช้รักษาอาการตกขาวจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ? และก่อนใช้ยาต้องปรึกษาหมอหรือเปล่า ? อ้อก็เลยขอทำหน้าที่ของผู้ให้ข้อมูล เพื่อสาวๆที่มีปัญหาตกขาว จะได้นำยาเหน็บมาใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัยค่ะ

ยาเหน็บรักษาตกขาวแบบไหนได้บ้าง ?

โดยส่วนมากแล้ว ยาเหน็บจะใช้เพื่อรักษาตกขาวจากเชื้อรา หากตกขาวผิดปกติที่เราเป็นมีสาเหตุที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา ก็ต้องอาศัยวิธีการอื่นค่ะ เช่น หากตกขาวที่เป็นมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย ก็ต้องอาศัยยาปฏิชีวนะเข้าช่วย หรือถ้าเป็นตกขาวจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ต้องใช้ยาตามเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุซึ่งมีได้หลากหลายมาก ดังนั้น สิ่งที่ควรจะต้องทราบก่อนใช้ยาเหน็บ คือ เรามีปัญหาตกขาวจากเชื้อราจริงหรือเปล่า ? ลองอ่านดูบทความ ตกขาวจากเชื้อรา (Candida albicans) แล้วลองตรวจสอบตัวเองดูนะคะ

ก่อนใช้ยาเหน็บควรปรึกษาใคร ?

เนื่องจากยาเหน็บแก้ตกขาวเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป และไม่จำเป็นที่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ปรึกษาเภสัชกรก่อนการใช้ยาก็เพียงพอ แต่ส่วนที่สำคัญที่อยากเน้นคือ ต้องแน่ใจก่อนว่า ปัญหาตกขาวของเราเกิดจากเชื้อราจริง

ยาเหน็บรักษาตกขาว

จากคำแนะนำของเภสัชกร (เลือกใช้ทางใดทางหนึ่ง)

  • ยา Clotrimazole ขนาด 500 มิลลิกรัม เหน็บครั้งเดียว ก่อนนอน หรือ
  • ยา Clotrimazole ขนาด 100 มิลลิกรัม เหน็บวันละ 1 ครั้งก่อนนอนทุกคืน ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน

เภสัชกรมักจะแนะนำให้ใช้แบบ 100 มิลลิกรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน เพราะค่อนข้างได้ผลแน่นอนกว่าค่ะ และถ้าหากใครที่ร่างกายไม่แข็งแรง มีความจำเป็นต้องใช้ยาทานเพื่อแก้ตกขาวจากเชื้อราด้วย เภสัชกรเค้าจะแนะนำยาที่ชื่อ Ketoconazole ขนาด 400 มิลลิกรัม ให้ทานวันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 วัน

ข้อแนะนำในการเหน็บยา

  1. ควรเลือกเวลาเหน็บที่เหมาะสม นั่นคือ เวลาก่อนนอน เพราะยาจะอยู่ในช่องคลอดได้นานตลอดทั้งคืน
  2. การเหน็บยาควรทำให้ลูกเข้าไปถึงปากมดลูก และมีเวลารอให้ยาซึมเข้าไป เพื่อที่เวลาเดิน ลุก นั่ง จะได้ไม่มียาไหลออกมา
  3. ก่อนเหน็บยาควรปัสสาวะและล้างมือให้เรียบร้อยก่อน
  4. แกะยาออกจากห่อฟลอยด์
  5. ให้จุ่มแท่งยาในน้ำสะอาดและยกขึ้นทันที เพราะถ้าไม่จุ่มน้ำหลังเหน็บยาจะรู้สึกเจ็บในช่องคลอด แต่ถ้าจุ่มนานเกินไปจะทำให้ยาเละสอดได้ยาก
  6. นอนหงายแล้วแยกขาออกแล้วชันเข่าขึ้น จากนั้นจับแท่งยาสอดเข้าไปในช่องคลอด โดยสอดด้านปลายเรียวเข้าไปก่อน และใช้นิ้วชี้ดันเข้าไปให้ลึกที่สุดจนถึงปากมดลูก
  7. ปล่อยให้ยาละลายและซึมเข้าสู่ร่างกายประมาณ 15 นาที
  8. ล้างมือให้สะอาดรวมถึงซอกเล็บด้วย ป้องกันเชื้อราติดอยู่ที่เล็บ
  9. สอดยาให้ครบตามจำนวนวันที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ

สรุป

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับบทความยาเหน็บรักษาตกขาว หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสุภาพสตรีที่กำลังหาข้อมูลอยู่ อย่างไรก็ตาม การรักษาตกขาวด้วยการใช้เหน็บเพียงอย่างเดียว เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ เพราะถ้าเราไม่ทราบสาเหตุของตกขาวผิดปกติที่แท้จริง แม้ว่าเหน็บยาแล้วเชื้อราจะหายไปก็จริง แต่ก็มักจะกลับมาเป็นอีกในไม่ช้า ดังนั้น เรื่องการดูแลรักษาช่องคลอด ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรจะทราบ เพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องค่ะ

ตกขาวกับโปรไบโอติก

ทางเลือกในการรักษาตกขาวมีอยู่หลายทาง ตั้งแต่การใช้สมุนไพรรักษาตกขาว การใช้ยาแผนปัจจุบัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ อ้อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการรักษาหรือการบำบัดอาการตกขาวผิดปกติในอีกแนวทางหนึ่ง โดยใช้อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของจุลินทรีย์สุขภาพหรือจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับร่างกายที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า “probiotic”

Probiotic คืออะไร ?

โปรไบโอติก (probiotic) คือ จุลินทรีย์มีชีวิตที่มีประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ ซึ่งในร่างกายของมนุษย์เรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่หลายชนิด และส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารและผลิตสารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายของเรา เช่น กรดอะมิโน กรดแลคติก วิตามินบี วิตามินเค เป็นต้น

หากเราจะอธิบายคำว่า โปรไบโอติก ให้ละเอียดมากกว่านี้ เราต้องทำความเข้าใจกับคำว่าจุลินทรีย์เสียก่อน เพราะจุลินทรีย์มีอยู่หลายประเภท เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากต้องการจะดูจุลินทรีย์ เรามีความจำเป็นต้องใช้กล้องที่มีกำลังขยายสูง ที่เรียกว่า กล้องจุลทรรศน์

จุลินทรีย์ มีอยู่ 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

  • ไวรัส เป็นจุลินทรีย์ที่มีขนาดเล็กที่สุด การตรวจสอบก็ต้องใช้กล้องที่มีกำลังขยายสูงมากๆเท่านั้น
  • ราหรือยีสต์ พบได้ทั่วไปสำหรับคนที่เป็นโรคผิวหนัง
  • ปรสิต พยาธิชนิดต่างๆ
  • แบคทีเรีย

ถ้ากล่าวถีงแบคเรียเราก็มักจะนึกเชื้อโรคใช่ไหมค่ะ ? แต่ในความเป็นจริงแล้วแบคทีเรียฝ่ายดีก็มี ซึ่งแบคทีเรียฝ่ายดีมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราก็คือ โปรไบโอติก นั่นเองค่ะ

จริงอยู่ว่า แบคทีเรียฝ่ายดีมีอยู่หลายชนิด แต่ที่มนุษย์เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์โดยการผลิตโปรไบโอติกออกมาเป็นอาหารเสริมได้ ก็มีดังตัวอย่าง เช่น

  • Lactobacillus acidophilus
  • Enterocossus faecalis
  • Streptococcus thermophilus
  • Bifidobacterium bifidum

ไม่ต้องสนใจชื่อของมันมากนักก็ได้ค่ะ เอามาให้ดูเล่นๆ แต่เผอิญชื่อมันออกจะอ่านยากสักนิดนึง ที่เราๆคุ้นหูกันน่าจะเป็นตัวแรก คือ แลคโตบาซัลลัส ใช่ไหมค่ะ ? และอาหารเสริมที่มีโปรไบโอติกอยู่ที่ทุกคนน่าจะเคยรับประทาน ก็คือ นมเปรี้ยวและโยเกิร์ตนั่นเอง

ประโยชน์ของโปรไบโอติก

ประโยชน์ของโปรไบโอติกต่อร่างกายโดยรวมสรุปได้ คือ การเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยโปรไบโอติกจะเข้าไปรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย และยับยั้งไม่ให้จุลินทรีย์ก่อโรคเจริญหรือเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้ กำจัดสารพิษ ลดการเกิดของสารต้านอนุมูลอิสระ  ลดไขมันและน้ำตาลในเลือด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณประโยชน์ของโปรไบโอติกจะมีอยู่มากมาย แต่เราจะโฟกัสไปที่ประเด็นของการใช้โปรไบโอติกเพื่อบรรเทาอาการตกขาวผิดปกติกันค่ะ

ประโยชน์ของโปรไบโอติกต่ออาการตกขาว

สภาวะที่มีความสมดุลทางเคมีและชีวภาพ (ความสมดุลของจุลินทรีย์) ของช่องคลอด เป็นปัจจัยสำคัญที่ป้องกันการเกิดตกขาวผิดปกติ แต่ถ้าหากเมื่อใดที่สมดุลตรงนี้เสียไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม มักส่งผลให้เกิดอาการตกขาวผิดปกติได้

จากข้อมูลที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โปรไบโอติกมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายไม่เว้นแม้แต่ช่องคลอด ดังนั้น การรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของโปรไบโอติก จะช่วยให้สมดุลทางเคมีและชีวภาพดีขึ้น และน่าจะช่วยลดอาการตกขาวผิดปกติลงได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม จากการทดลองที่อ้อได้ข้อมูลมา ได้ผลสรุปเกี่ยวกับโปรไบโอติกต่ออาการตกขาวดังนี้

  • โปรไบโอติกช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อรา candida albicans ในช่องคลอด แต่ผลการทดลองก็ยังไม่เป็นทางการนัก
  • โปรไบโอติกลดการเกิดซ้ำของเชื้อแบคเรียในช่องคลอด (BV)

สรุป

สาวๆคนไหนเป็นตกขาวผิดปกติก็ลองทานนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตเสริมเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยปรับสมดุลของช่องคลอดอีกทางหนึ่ง คาดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่ออาการตกขาว แต่ก็ยังฟันธงอะไรไม่ได้ เพราะข้อมูลผลการทดลองที่มีอยู่ยังไม่ชัดเจน

ในปัจจุบันนอกจากนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตแล้ว ยังมีอาหารเสริมชนิดอื่นที่โฆษณาว่าเป็นอาหารเสริมที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมของโปรไบโอติก ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมสมุนไพร หรือแม้กระทั่งอาหารเสริมที่ทำออกมาเป็นโปรไบโอติกชนิดเม็ด ในส่วนนี้อ้อไม่มีความเห็น เพราะไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ถ้าหากสุภาพสตรีท่านใดต้องการใช้ ควรจะต้องปรึกษาผู้รู้ก่อนใช้ดีกว่าค่ะ

แม้ว่าโปรไบโอติกจะมีประโยชน์มากมาย แม้แต่กับเรื่องตกขาว แต่จากข้อมูลที่สรุปผลได้จากการทดลอง แสดงให้เห็นว่า โปรไบโอติกมีประโยชน์กับตกขาวในแง่ของการป้องกันมากกว่าที่จะเป็นการรักษาตกขาว อย่างไรก็ตาม อ้อคาดว่า หากมีผลการทดลองที่มีความชัดเจน และมีผลสรุปที่เป็นทางการที่ทางการแพทย์ยอมรับ การรักษาตกขาวด้วยโปรไบโอติกก็คงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้นี้

สมุนไพรรักษาตกขาว

การใช้สมุนไพรรักษาตกขาว เป็นแนวทางของการแพทย์ทางเลือก ซึ่งแนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรเรามักจะพบในการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนจีน ซึ่งมองร่างกายของมนุษย์ประกอบขึ้นจากธาตุต่างๆ อย่างเช่น ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ (แพทย์แผนไทย)หรือหยิน-หยาง (แพทย์แผนจีน)

ถ้าเราจะคุยกันเรื่องสมุนไพร มีคำศัพท์ที่เกี่ยวกับยาสมุนไพรที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนสักเล็กน้อย เพื่อความเข้าใจมากขึ้นของท่านผู้อ่านที่กำลังอ่านบทความเรื่องนี้อยู่

ยาสมุนไพรที่เราเห็นวางขายกันอยู่ตามท้องตลาด จะเป็นร้านขายยาหรือว่าร้านทางอินเตอร์เนตก็แล้วแต่ แบ่งประเภทได้ ดังนี้ค่ะ

  1. ยาเดี่ยว หมายถึง ยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเพียงชนิดเดียว ไม่มีส่วนผสมของสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ขมิ้นชันแคปซูล มะรุม หรือฟ้าทะลายโจร เป็นต้น
  2. ยาตำรับ หมายถีง ยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของสมุนไพรตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป

ยาเดี่ยวหรือยาตำรับดี ?

ฟันธงให้เลยว่ายาตำรับมีประสิทธิภาพในการรักษาตกขาวได้ดีกว่า เพราะผู้ปรุงยาที่มีความชำนาญนำสมุนไพรชนิดต่างๆมาผสมกันเป็นตำรับยานั้น สามารถบังคับให้ยาออกฤทธิ์ได้ตามที่ต้องการ โดยที่ยาเดี่ยวไม่สามารถที่จะบังคับการออกฤทธิ์ได้ เนื่องจากคุณสมบัติหรือสรรพคุณที่เป็นลักษณะเฉพาะของสมุนไพรชนิดนั้นไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้

สมุนไพรรักษาอาการตกขาว

ในโลกใบนี้มีสมุนไพรอยู่หลายชนิด สมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันมากที่สุดก็เห็นจะเป็นสมุนไพรไทย ที่ถูกใช้ปรุงเป็นยาตำรับในแนวทางการรักษาแบบแพทย์แผนไทยมาหลายร้อยปี และสมุนไพรจีน ที่ถูกใช้ปรุงเป็นตำรับยาในแนวทางการรักษาแบบแพทย์แผนจีน ซึ่งมีตำนานมาอย่างยาวนานหลายพันปี จนขยายไปสู่นานาอารยประเทศไม่เว้นแม้แต่อเมริกา

อย่างไรก็ตาม สมุนไพรที่ได้รับความนิยมและนำไปเป็นส่วนผสมหลักของสมุนไพรรักษาตกขาว เป็นสมุนไพรไทยแท้ๆค่ะ ถ้าเอ่ยชื่อทุกคนน่าจะเคยได้ยินกับมาบ้างไม่มากก็น้อย “ว่านชักมดลูก” รู้จักกันไหมค่ะ ?

ข้อมูลว่านชักมดลูก

หัวว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูกเป็นพืชล้มลุกในตระกูลเดียวกับขิง มีเหง้าใต้ดิน ที่มีลักษณะกลมใหญ่และเกลี้ยงคล้ายกับหัวเผือกและอาจมีความยาวได้ถึง 10 cm  ผิวด้านนอกมีสีส้มอ่อน เนื้อในหัวมีสีขาวเหลือง, สีส้ม, หรือส้มแดง ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก เจริญงอกงามได้ดีในหน้าฝนและทิ้งใบออกไปในหน้าหนาว เมื่อว่านชักมดลูกทิ้งใบแล้ว จะเหลือแต่เพียงเหง้าหรือหัวที่เราต้องรีบนำใช้ประโยชน์ เพราะถ้าทิ้งไว้นานสรรพคุณจะไม่ดีเหมือนเดิม

ว่านชักมดลูกมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ที่คนนิยมนำมาใช้กันจะเป็นว่านตัวผู้ เพราะเมื่อนำไปทำเป็นยาตำรับแล้ว มีการออกฤทธิ์ที่ดีกว่าว่านชักมดลูกตัวเมีย

สรรพคุณของว่านชักมดลูก

แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

ส่วนที่ 1. ใช้เป็นสมุนไพรดูแลความสะอาดภายในช่องคลอด มีสรรพคุณเพิ่มเติมคือ

ใช้ว่านชักมดลูกช่วยดูแลอาการมดลูกต่ำ มดลูกโต มดลูกบาง หรือปวดหน่วงมดลูกเป็นประจำ

  1. แก้หน่วง เสียวท้องน้อย หรือปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง
  2. แก้ปวดประจำเดินอย่างรุนแรงระหว่างมีรอบเดือน
  3. ช่วยป้องกันไม่ให้แท้งบุตรง่าย หรือตกเลือด
  4. ช่วยลดอาการระดูขาว หรือมุตกิดเรื้อรังที่เป็นมานานในสุภาพสตรี
  5. ดับกลิ่นภายในช่องคลอดอย่างมหัศจรรย์
  6. ช่วยให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ช่วยลดอาการมือ-เท้าเย็น, ขี้หนาว, หนาวในอก
  7. ช่วยลดอาการเจ็บหรือปวดภายในช่องคลอดเวลาร่วมเพศ

ส่วนที่ 2. ปรุงเป็นอาหารเสริมสร้างของสุภาพสตรี

เพราะว่านชักมดลูก มีกลิ่นมีรสคล้ายกับขมิ้นขาว คนโบราณเวลาไม่มีขมิ้นขาวทานกับน้ำพริกก็ใช้ว่านชักมดลูกหัวอ่อน ๆแทนรวมถึงมีคุณประโยชน์ในการเสริมสร้าง ส่วนต่าง ๆของร่างกายดังต่อไปนี้อีกคือ

  1. ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น มีน้ำมีนวล ผิวลื่นละเอียดขึ้น
  2. ช่วยบำรุงผิวหน้าที่เหี่ยวย่นและหยาบก้านมาก ๆให้ดีขึ้น
  3. ช่วยเสริมสร้างหญิงที่มีหน้าท้องที่เหี่ยวย่น หรือหย่อนยานที่เกิดจาก การคลอดบุตร ให้หายไป
  4. ช่วยให้ภายใน และปากช่องคลอดกระชับเหมือนสาว ๆ อย่างมหัศจรรย์
  5. ช่วยเสริมสร้างสตรีที่มีอารมณ์ทางเพศบกพร่องให้สมบูรณ์เป็นปกติ
  6. ช่วยให้สตรีที่มีอายุเริ่มเข้าวัยกลางคนที่ไม่มีน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอดให้มีน้ำหล่อลื่น เป็นปกติเหมือนธรรมชาติ
  7. คนโบราณใช้ว่านชักมดลูกหลังการคลอดบุตรแทนการอยู่ไฟ ช่วยเสริมสร้างน้ำนมของคุณแม่

ข้อมูลจาก http://www.morsengrich.com/wanchuck-1-morseng/

Page 1 of 212
s2Member®