ตกขาวจากเชื้อราเกิดได้ยังไง ?

ดูวีดีโอกันสักหน่อยครับ เกี่ยวกับการติดเชื้อราในช่องคลอด และอธิบายด้วยว่า ตกขาวจากเชื้อรา เกิดขึ้นได้ยังไง ? โดยที่มีตัวละครในวีดีโอที่สำคัญ 2 ตัว คือ แบคทีเรียฝ่ายดีที่เรียกว่า แลคโคบาซิลลัส (แท่งยาว สีชมพู) และเชื้อราที่มีชื่อว่า Candida albicans (เป็นคล้ายกิ่งไม้แตกยอดออกไป) ลองดูวีดีโอกันก่อนแล้วค่อยอ่านคำแปลที่ผมได้แปลและสรุปไว้ทีหลังครับ

ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงประกอบไปด้วย

  • ท่อนำไข่ (fallopen ovary)
  • รังไข่ (ovary)
  • มดลูก (uterus)
  • ช่องคลอด (vagina)

ช่องคลอดเป็นโพรงกล้ามเนื้อที่อยู่ติดกับมดลูก ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างภายนอกร่างกายกับมดลูก อุณหภูมิและความชื้นบนผนังช่องคลอดมีความเหมาะสมสำหรับการเกิดและอาศัยอยู่ของจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ อย่างเช่น แบคทีเรียที่เรียกว่า แลคโตบาซิลลัส (ชื่อคุ้นๆใช่ไหมค่ะ ถ้าใครเคยดูโฆษณานมเปรี้ยวชื่อยี่ห้อหนึ่ง จะทราบว่าเค้าโฆษณาว่า "ประกอบด้วยจุลินทรีย์และแลคโตบาซิลลัส พันธุ์ที่...เลือกใช้") ซึ่งเป็นแบคมีเรียที่มีประโยชน์(โปรไบโอติก) มีอยู่ตามผนังช่องคลอดอยู่แล้วตามธรรมชาติ และมีเชื้อราที่มีชือว่า Candida albicans อาศัยร่วมอยู่ด้วยเช่นกัน

โดยปกติแล้ว แลคโตบาซิลลัสจะสร้างสภาพแวดล้อมในช่องคลอด ให้เหมาะสมกับการควบคุมจำนวนของเชื้อราให้อยู่ในความสมดุล อย่างไรก็ตาม หากมีภาวะที่ทำให้สภาพของช่องคลอดเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้แลคโตบาซิลลัสถูกลดจำนวนลงหรือเชื้อรามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การเพิ่มจำนวนของเชื้อราเป็นเหตุให้เกิดความระคายเคืองต่อผนังช่องคลอด พร้อมกับอาการคัน ยิ่งไปกว่านั้น จะมีตกขาวที่มีสีขาวเหมือนเนยคอจเทจเกิดขึ้น และสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในช่องคลอดอีกด้วย

การติดเชื้อราเกิดขึ้นได้จากการใช้ยารักษาโรค เหตุผล คือ การใช้ยารักษาโรคทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคได้จริงอยู่ แต่ก็ได้ทำลายแบคทีเรียปกติ (แบคทีเรียชนิดอื่นที่ไม่ใช่สาเหตุของโรค = โปรไบโอติก) ไปด้วย

การใช้ยารักษาโรคแบบอื่น การอดอาหารเพื่อลดความอ้วน การตั้งครรภ์และการใส่เสื้อผ้าที่รัดรูป เปียกชื้น มีสีย้อม (ผู้บรรยายน่าจะหมายถึง สารเคมีจากสีย้อมเสื้อผ้าครับ) สามารถเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในช่องคลอด ส่งผลให้มีการติดเชื้อราได้เช่นกัน

โชคดีที่ยารักษาเชื้อรามีขายอยู่ตามร้านขายยาทั่วไปและหาได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม หากใครติดเชื้อราเป็นประจำก็มีความจำเป็นที่ต้องพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพ

อ่านบทความแปลเสร็จแล้วครับหรือดูวีดีโอแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ? ถามผ่านทาง comment ได้เลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ